Hollywood hype would have us believe that a hypnotist can control and direct our actions, and that we READMORE…

วิธีการเลือกโปรแกรมซัมเมอร์อย่างปลอดภัย (P’Best’s Column in Dek-D.com)

วิธีการเลือกโปรแกรมซัมเมอร์อย่างปลอดภัย (P’Best’s Column in Dek-D.com)

บทความเกี่ยวกับการเลือกโปรแกรมซัมเมอร์คอร์ส โดยพี่เบสท์แห่ง GENT Edutainment และต้องขอขอบคุณเวบไซต์ Dek-d.com ที่ได้เลือกบทความของ GENT Edutainment เพื่อไปประชาสัมพันธ์และเป็นประโยชน์ให้แก่น้องๆและผู้ปกครองมา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ

สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว Dek-D.com …. ในปัจจุบัน ความต้องการในการส่งลูกหลานของคุณพ่อคุณแม่เพื่อไปเรียนซัมเมอร์ในช่วงปิดเทอมนั้นมีมากขึ้นในแต่ละปี เพราะการไปเรียนภาษานั้น ถือป็นการพัฒนาทักษะความรู้ทางด้านภาษา เก็บเกี่ยวประสบการณ์ต่างๆ เปิดมุมมองใหม่ๆ ฝึกฝนการใช้ชีวิตและพัฒนาระเบียบวินัยของเด็กๆ นั่นเอง

และปัจจุบันได้มีบริษัทแนะแนวการศึกษาต่อต่างประเทศได้เสนอโปรแกรมซัมเมอร์คอร์สตามประเทศที่บริษัทนั้นๆ ถนัด ซึ่งแต่ละโปรแกรมนั้นมีความหลากหลายและน่าสนใจแตกต่างกันไป แต่ถ้าสังเกตดีๆ น้องๆ จะเห็นว่า บางโปรแกรมก็เน้นราคาถูก แต่ถ้าดูรายละเอียดแล้วจะพบว่า
คุณภาพของโปรแกรมหรือความสะดวกสบายนั้นน้อยมากๆ

เพราะฉะนั้นวันนี้ พี่เป้ จึงมีคำแนะนำดีๆ น่าสนใจจาก คุณเศรษฐพล หรูตระกูล กรรมการผู้จัดการบริษัท เจ้นท์ โกลบอล เอ็ดดูเทนเมนท์ เน็ตเวิร์ค
(Gent Edutainment) ซึ่งมีประสบการณ์ทั้งการเป็นผู้จัดโปรแกรมซัมเมอร์คอร์สและเป็น Group Leader ด้วยตัวเอง มาพูดถึงปัจจัยต่างๆ
เพื่อป็นข้อมูลแก่ผู้ปกครองก่อนการตัดสินใจเลือกโปรแกรมที่เหมาะสมให้แก่น้องๆ ค่ะ ^^

1. ประเทศและเมือง คำถามแรกที่ผู้ปกครองจะนึกถึงเมื่อมีความต้องการจะส่งลูกไปเรียนซัมเมอร์คอร์สต่างประเทศก็คือ “จะส่งลูกไปประเทศไหนดี”
ซึ่งจริงๆ แล้วแต่ละประเทศต่างมีความน่าสนใจ และมีความเหมาะสมสำหรับอายุและวิถีชีวิตในการดำเนินชีวิตที่แตกต่างกัน ตัวอย่างเช่น

ประเทศอังกฤษ เป็นประเทศเจ้าของภาษาอย่างแท้จริง เป็นที่ตั้งของสถานที่สำคัญๆ และน่าสนใจทั้งทางด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และกีฬา
โดยในแต่ละเมืองนั้น ก็จะมีความแตกต่างกัน เช่น ลอนดอน เป็นเมืองใหญ่และมีผู้คนที่หลากหลาย วิถีชีวิตของคนที่นี่จะค่อนข้างรีบเร่ง รวมทั้งการเดินทางไปไหนมาไหนก็จะใช้รถบัสและรถไฟใต้ดินเป็นหลัก แต่ก็เต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจต่างๆ มากมาย ดังนั้นลอนดอนจึงเหมาะสมกับน้องๆ ที่โตขึ้นมาหน่อยเช่น ประมาณ 15 16 ปีขึ้นไป ส่วนเมืองอื่นๆ เช่น เมืองบอร์นมัธ ก็จะเป็นเมืองชายทะเลและเป็นเมืองมหาวิทยาลัย College Town ซึ่งผู้คน
ส่วนมากใจดีและเป็นมิตร และมีวิถีชีวิตที่ค่อนข้างสบายๆ ไม่รีบเร่ง จึงเป็นเมืองที่เหมาะสมกับเด็กเล็กหรือเพิ่งเคยเดินทางไปครั้งแรก

ประเทศสหรัฐอเมริกา โปรแกรมส่วนใหญ่ที่จัดไปประเทศอเมริกานั้นจะจัดไปตามเมืองใหญ่ เช่น บอสตัน ซานฟรานซิสโก ซานดิเอโก้ เหมาะสำหรับน้องๆ ที่ชอบความทันสมัยและต้องการอยู่ในเมืองใหญ่ที่มีบรรยากาศแบบสบายๆ นอกจากนั้นยังมีสถานที่น่าสนใจอีกมากมายที่น้องๆ มักจะพบเห็นจากภาพยนตร์ Hollywood และยังมี Outlet เหมาะสำหรับน้องๆ ที่เป็นขาช้อปอีกด้วย

ประเทศนิวซีแลนด์ จะค่อนข้างเหมาะกับเด็กที่มีความชื่นชอบในธรรมชาติ บรรยากาศสบายๆ และชอบกิจกรรม Adventure ต่างๆ

ประเทศสิงคโปร์ อยู่ไม่ไกลจากประเทศไทยและมีวัฒนธรรมที่ไม่แตกต่างจนเกินไป จึงเหมาะสำหรับน้องๆที่เดินทางไปต่างประเทศครั้งแรก เพื่อให้เด็กรู้จักการใช้ชีวิตด้วยตัวเองก่อนที่จะส่งไปเรียนต่อในประเทศอื่นๆ เมื่ออายุมากขึ้น

2. โรงเรียน ผู้ปกครองควรให้ความสำคัญกับการเลือกโรงเรียนที่มีคุณภาพ ต้องไม่ลืมว่ากว่าครึ่งนึงของเวลาที่ใช้ตลอดทั้งโปรแกรมนั้นจะอยู่ที่โรงเรียน
การเลือกโรงเรียนที่ดีนั้นยังเป็นตัวบ่งชี้คุณภาพของโปรแกรม คุณภาพการเรียนการสอน หรือแม้แต่คุณภาพของครอบครัวชาวท้องถิ่นหรือโฮสท์แฟมิลี่ ซึ่งทางโรงเรียนจะเป็นผู้จัดหาให้อีกด้วย นอกจากในด้านคุณภาพแล้ว ตัวอาคาร ห้องเรียนต่างๆ ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ควรต้องคำนึงถึง บางโรงเรียนอาจจะเป็นเพียงแค่ห้องเรียนบนตึก บางโรงเรียนอาจจะเป็นอาคารเรียนและมีบริเวณต่างๆ ที่ใช้สำหรับทำกิจกรรมยามว่างของเด็กนักเรียน

สำหรับการค้นหาข้อมูลในแต่ละโรงเรียนนั้น สามารถทำได้ไม่ยาก เช่น การเข้าเวบไซต์ของโรงเรียน, การค้นหาข้อมูลต่างๆ ผ่าน Google ซึ่งแนะนำให้
เป็น Google.co.th สำหรับผู้ปกครองที่ต้องการข้อมูลภาษาไทย โดยผู้ปกครองจะได้เห็นการรีวิว การให้ข้อมูลจากเวบไซต์เอเจนซี่ด้านการศึกษาต่างๆ
ที่มีต่อโรงเรียนนั้นๆ และบางโรงเรียนอาจจะมี Facebook เป็นของตัวเองซึ่งก็เป็นอีกวิธีการนึงที่จะทำให้ผู้ปกครองได้เห็นบรรยากาศและความคิดเห็นที่มีต่อสถาบันที่ไม่ได้มีการปรุงแต่งอีกด้วย และที่สำคัญคือการดูองค์กรต่างๆ ที่เข้ามารับรองสถาบัน เช่น โรงเรียนภาษาในประเทศอังกฤษ ควรจะได้รับรองจากองค์กร British Council หรือ English UK เป็นอย่างน้อย

3. ประเภทที่พัก หากผู้ปกครองต้องการให้นักเรียนมีการพัฒนาการทางภาษาและการเรียนรู้ที่จะอยู่ด้วยตัวเองอย่างเต็มที่ การอยู่กับครอบครัวชาวท้องถิ่นหรือโฮสท์แฟมิลี่นั้นจะเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการช่วยพัฒนา แต่สำหรับน้องๆที่ยังมีอายุน้อย การพักในหอพักประจำ ก็น่าจะเป็นการสร้างความอุ่นใจให้กับผู้ปกครองมากกว่า เพราะจะได้รับการดูแลจากเจ้าหน้าที่หัวหน้ากลุ่มคนไทยอย่างทั่วถึงตลอด 24 ชั่วโมง

4. โปรแกรมการเรียน โปรแกรมซัมเมอร์คอร์สจะเป็นในลักษณะการเรียนภาษาอังกฤษในช่วงเช้า โดยเด็กเล็กจะเรียนร่วมกันเป็น Closed Group และ
เด็กโต (อายุ 16 ปี ขึ้นไป) จะเรียนร่วมกับนักเรียนต่างชาติ แต่ก็อาจจะมีบางโปรแกรมที่อนุญาตให้เด็กเล็กเข้าเรียนร่วมกับนักเรียนต่างชาติด้วยเช่นกัน
แต่ปัจจุบันนั้นก็ยังมีโปรแกรมที่มีการอนุญาตให้เด็กเข้าเรียนร่วมกับชั้นเรียนจริงกับนักเรียนท้องถิ่นในโรงเรียน ซึ่งก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป

ข้อดีคือจะทำให้เด็กได้รู้เห็นประสบการณ์ใหม่ๆ ของการเป็นนักเรียนในต่างประเทศ ข้อเสียก็อาจจะทำให้เด็กไม่ได้ความรู้และไม่ได้รับการพัฒนาทักษะ
มากนัก
เพราะการเข้าเรียนกับชั้นเรียนจริงนั้น นักเรียนเหล่านั้นจะเรียนในชั้นเรียนปกติ ในขณะที่เด็กไทยซึ่งอาจจะมีภาษาอังกฤษที่ยังไม่ดีนักอาจจะรู้สึกกดดัน ทั้งจากการฟังภาษาไม่ออก และไม่ได้มีความกล้าในการแสดงออก แสดงความคิดเห็นในห้องเรียน จึงอาจเป็นสาเหตุให้น้องๆ รู้สึกเบื่อก็ได้

5. โปรแกรมทัศนศึกษา ในช่วงบ่ายและวันหยุดสุดสัปดาห์ จะเป็นคิวของโปรแกรมการท่องเที่ยว ทัศนศึกษาและการทำกิจกรรมต่างๆ โปรแกรมโดยทั่วไประหว่างวันจันทร์ถึงวันศุกร์นั้น จะมีการทำกิจกรรมต่างๆ รวมถึงเล่นกีฬา 3 ครั้ง และเที่ยวครึ่งบ่ายในเมือง 2 ครั้ง ส่วนวันเสาร์จะเป็นการท่องเที่ยวต่างเมือง และวันอาทิตย์ก็จะเป็นวันพักผ่อนให้อยู่กับครอบครัว

นอกจากนี้ หลายๆ บริษัทได้พยายามจัดโปรแกรมให้น่าสนใจมากขึ้นโดยมีการเที่ยวในช่วงบ่ายมากขึ้น รวมถึงการจัดโปรแกรมเที่ยวในวันอาทิตย์เพิ่มเติมหรือแม้แต่โปรแกรมการท่องเที่ยวไปประเทศอื่นๆ แบบค้างคืน เช่น ไปเที่ยวประเทศฝรั่งเศส สก๊อตแลนด์ หรือเนเธอร์แลนด์ ซึ่งก็จะทำให้ราคาของโปรแกรมสูงขึ้นพอสมควร ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ไม่ควรดูแต่ปริมาณ ควรดูคุณภาพประกอบด้วยว่าเป็นโปรแกรมการท่องเที่ยวและกิจกรรมที่น่าสนใจจริงๆ หรือไม่

6. บริษัทผู้จัดโปรแกรมและหัวหน้ากลุ่ม สิ่งที่สำคัญที่สุดสิ่งหนึ่งในการเลือกโปรแกรมซัมเมอร์คอร์สคือ การเลือกบริษัทที่น่าเชื่อถือและมีประสบการณ์
โดยสามารถดูได้จากเวบไซต์ของทางบริษัท การโทรสอบถามและการให้ข้อมูลว่าน่าเชื่อถือ ครบถ้วนหรือไม่ และสิ่งสำคัญอีกอย่างคือ การขอเข้าพบ
ที่บริษัทฯ เพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมซึ่งดีกว่าการพูดคุยผ่านทางโทรศัพท์

บางบริษัทแม้ว่าจะเป็นตัวแทนแนะนำทางด้านการศึกษาหรือเป็นบริษัททัวร์ แต่อาจจะไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญในการทำซัมเมอร์คอร์ส ซึ่งมีลักษณะและ
รายละเอียดที่มีความแตกต่างกับโปรแกรมทัวร์ทั่วไป โดยผู้ปกครองสามารถขอดูรูปถ่าย หรือแม้แต่การอ่านคอมเมนท์จากน้องๆ ที่เคยเข้าร่วมผ่านโครงการของบริษัทฯ และหากเป็นไปได้ ผู้ปกครองควรขอพูดคุยกับหัวหน้ากลุ่ม เจ้าหน้าที่ที่จะดูแลน้องๆ ตลอดการเดินทาง เพื่อดูลักษณะท่าทาง บุคลิกลักษณะ ประกอบกับความน่าเชื่อถือของบริษัท

หลายๆ บริษัทจะจัดส่งเจ้าหน้าที่ที่มีประสบการณ์ไปดูแลน้องๆ โดยการใช้พนักงานบริษัทเองหรือการจ้างเจ้าหน้าที่เฉพาะกิจ โดยเฉพาะบางบริษัทที่เน้น
การจัดซัมเมอร์คอร์สเป็นหลักนั้น เจ้าของบริษัทหรือผู้บริหารก็จะเดินทางไปดูแลน้องๆ หรือเป็นหัวหน้ากลุ่มด้วยตัวเอง นอกจากนี้อัตราส่วนสำหรับนักเรียนต่อเจ้าหน้าที่ดูแลคนไทยนั้นไม่ควรมากกว่า 18: 1 ซึ่งโดยทั่วไปแล้วจะอยู่ที่ 15:1 แต่สำหรับบางโปรแกรมนั้นอาจจะมีอัตราส่วนที่สูงขึ้นเนื่องจากจะมี
เจ้าหน้าที่ดูแลท้องถิ่นเป็นผู้ช่วยในการดูแลนักเรียนด้วย
7. ราคา ปัจจัยตัวแรกที่ผู้ปกครองส่วนใหญ่มักใช้ในการประกอบการตัดสินใจก็คือราคา จริงๆ แล้วการที่คุณพ่อคุณแม่จะตัดสินใจเลือกโปรแกรมที่มี
ราคาถูกหรือใช้ราคาเป็นปัจจัยหลักในการตัดสินใจนั้น ถือเป็นการตัดสินใจที่เสี่ยงพอสมควร
เพราะน้องๆ จะต้องอยู่ในการดูแลในต่างประเทศเป็นเวลากว่าหลายสัปดาห์ หากผู้ปกครองเลือกโปรแกรมที่ไม่มีคุณภาพหรือมีราคาที่ถูกจนเกินไปแล้ว ก็อาจทาให้ความทรงจำของน้องๆ ที่มีต่อการเรียนใน
ต่างประเทศไม่ค่อยดีนัก

ราคาโปรแกรมที่ค่อนข้างถูกนั้น อาจมีด้วยกันหลายสาเหตุ เช่น บางบริษัทนั้นไม่มีประสบการณ์ในการจัดโปรแกรมมาก่อน จึงทำการตัดราคาตลาดเพื่อเป็นการดึงดูด หรือแม้แต่การตัดบริการบางส่วนหรือประหยัดค่าใช้จ่ายบางส่วนออกไปโดยผลักภาระให้เป็นค่าใช้จ่ายแอบแฝงที่ทางน้องๆ ต้องเป็นผู้จ่ายด้วยตัวเอง เช่น อาหารกลางวัน อาหารช่วงวันหยุด ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปและกลับโรงเรียน และอื่นๆ หรืออาจมีบางบริษัทนำเสนอโปรแกรมมาตรฐานที่ไม่ได้มีความหวือหวามากมาย หรือการลดระยะเวลาของโครงการให้สั้นลง เพื่อมารองรับความต้องการของผู้ปกครองบางท่านซึ่งมี
ความต้องการและข้อจำกัดที่แตกต่างกันออกไป

8. ปัจจัยอื่นๆ เช่น
สายการบิน ซึ่งปัจจุบันมีหลายๆ สายการบินที่ถือเป็นสายการบินคุณภาพที่ทางบริษัทต่างๆ เลือกใช้นอกจากสายการบินไทย เช่น Etihad Airways, Singapore Airline, Emirate Airways, Cathay Pacific
ประเภทของอาหารการกิน โดยเฉพาะมื้อเที่ยงที่โรงเรียนว่าเป็นแซนด์วิชจากที่ครอบครัวเตรียมเอาไว้ให้ หรือเป็นอาหารจานร้อนโดยรับประทานที่โรงเรียนหรือตามร้านอาหาร
วงเงินประกันการเดินทาง รวมถึงของที่ระลึกอื่นๆ
มีการจัดปฐมนิเทศ เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนการเดินทางหรือไม่

โดยสรุปแล้ว ลำดับแรกของการตัดสินใจเลือกโปรแกรมซัมเมอร์ให้น้องๆ นั้น ก็คือการเช็คข้อมูลโดยการพิจารณาใช้ปัจจัยต่างๆ ตามที่ได้อธิบายไปแล้วข้างต้น จากนั้นให้นำข้อมูลต่างๆ มาพิจารณาประกอบกับราคาก่อนการตัดสินใจเลือกโปรแกรมที่เหมาะกับความต้องการของทั้งตัวคุณพ่อคุณแม่และน้องๆ ค่ะ

ที่มา: Dek-d.com

Skip to toolbar